All Articles
7. 27. 2023
เอเวอร์-บริลเลียนท์ สตีล ของ Grand Seiko คืออะไร
นวัตกรรมและความเฉลียวฉลาด: มาทำความรู้จักอย่างลึกซึ้งกับสตีลที่ทนทานต่อการกัดกร่อนมากที่สุดในโลกกัน

ในฐานะผู้ผลิตที่ดำเนินการผลิตแบบบูรณาการในแนวดิ่ง Grand Seiko จึงทำการคิดค้นพัฒนาในทุกสิ่งอย่างที่ข้องเกี่ยวกับการผลิตนาฬิกาอยู่เสมอ นวัตกรรมซึ่งเป็นส่วนสำคัญของแบรนด์เสมอมา ได้ก่อเกิดความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดในทุกแง่มุมของศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกา ตั้งแต่การพัฒนาเครื่องใหม่ ๆ ไปจนถึงเทคนิคต่าง ๆ ในการตกแต่ง และอื่น ๆ อีกมากมาย จุดมุ่งหมายที่ไม่เคยแปรเปลี่ยนมาตั้งแต่วันเวลาก่อนที่จะนำไปสู่การสร้างนาฬิกาแบบแรกของ Grand Seiko ขึ้นมาในปี 1960 ก็คือ การผลิต “นาฬิกาในอุดมคติ” โดยเน้นให้ความสำคัญไปที่ความแม่นยำในการทำงาน ความชัดเจนในการดูเวลา ความสวยงาม และความทนทาน

แนวทางของ Grand Seiko ในเรื่องโลหะวิทยา หรือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของโลหะนั้น มีบทบาทสำคัญยิ่งในการพาค่านิยมเหล่านี้ของแบรนด์สู่ความเป็นจริงในทางปฏิบัติ การใช้วัสดุที่มีความแตกต่างกันอย่างหลากหลาย ทำให้ Grand Seiko เป็นผู้บุกเบิกในด้านโลหะซึ่งครอบคลุมทุกชิ้นส่วนของนาฬิกามาโดยตลอด

ที่งานแสดงนาฬิกา วอทเชส แอนด์ วันเดอร์ส 2023 Grand Seiko ได้ทำการเปิดตัวนาฬิกา 5 รุ่นใหม่ที่ใช้ตัวเรือนซึ่งทำขึ้นจาก เอเวอร์-บริลเลียนท์ สตีล โลหะผสมชนิดพิเศษ เข้าสู่สารบบในแคตตาล็อกของแบรนด์ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับวัสดุชนิดใหม่ที่นำมาทำตัวเรือนและสายของรุ่นใหม่เหล่านี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และชี้ให้เห็นว่า มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันอย่างไร เมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมการผลิตนาฬิกาในปัจจุบัน

สเตนเลสสตีล

การขัดเงาแบบซารัตสึบนตัวเรือนสตีล

นาฬิกา Grand Seiko โดยส่วนใหญ่ในปัจจุบันนั้นถูกทำขึ้นจากสเตนเลสสตีล ซึ่งเป็นโลหะผสมในเกรดที่ถือว่าเป็นมาตรฐานทั่วไปในอุตสาหกรรมนาฬิการะดับไฮเอนด์ ด้วยความแข็งระดับสูง ปริมาณคาร์บอนต่ำ และคุณสมบัติในการต้านสนามแม่เหล็ก สเตนเลสสตีล จึงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับใช้ทำตัวเรือนและสาย นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติโดดเด่นในการต้านการกัดกร่อนซึ่งหมายความว่ามันเป็นโลหะที่เกิดการสึกหรอได้ยากยิ่ง โดยในทางทฤษฎีแล้วจะสามารถทนทานต่อการผุกร่อนอันเนื่องจากกาลเวลาได้เป็นอย่างดี

เพื่อทำให้เกิดความงดงามสูงสุดบนโลหะชนิดนี้ Grand Seiko ได้ใช้การตกแต่งที่เรียกว่าซารัตสึ อันเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นตามการอ่านออกเสียงของชื่อเครื่องจักรเก่าแก่ของยุโรป นั่นก็คือ ซัลลาซ การขัดเงาแบบซารัตสึ ถูกกระทำกับตัวเรือนของ Grand Seiko ทุกชิ้น โดยเป็นกรรมวิธีในการสร้างและกำหนดรูปแบบอันงดงามโดดเด่นของ Grand Seiko อันได้แก่ ความเรียบของพื้นผิว สันขอบที่คมชัด และการตกแต่งผิวดุจกระจกเงาซึ่งให้ภาพสะท้อนที่ปราศจากความบิดเบือน กล่าวโดยสรุปก็คือ รูปลักษณ์อันโดดเด่นของ Grand Seiko นั้นเกิดขึ้นได้จากเทคนิคการตกแต่งอันเลอเลิศตามแบบฉบับของชาวญี่ปุ่นที่เรียกว่าซารัตสึ นั่นเอง

เอเวอร์-บริลเลียนท์ สตีล: สเตนเลสสตีล ที่ทนทานต่อการกัดกร่อนมากที่สุดในโลก

เอเวอร์-บริลเลียนท์ สตีล โลหะผสมชนิดพิเศษที่นำมาใช้กับนาฬิการุ่นใหม่ของ Grand Seiko ถือได้ว่าเป็นก้าวกระโดดอันโดดเด่นในการแสวงหาความสมบูรณ์แบบของแบรนด์ โลหะชนิดนี้เป็นหนึ่งในโลหะผสมประเภทสเตนเลสสตีล ที่ทนทานต่อการกัดกร่อนได้มากที่สุด เอเวอร์-บริลเลียนท์ สตีล มีค่าพรีน (พิตติง รีซิสแทนซ์ อีควิวาเลนท์ นัมเบอร์) สูงกว่าสเตนเลสสตีลทั่วไปถึง 1.7 เท่า เนื่องด้วยความทนทาน คือ หนึ่งในค่านิยมพื้นฐานของ Grand Seiko การพัฒนาและการใช้วัสดุชนิดนี้ จึงเป็นการรับรองความงามอย่างยั่งยืนของนาฬิกา

เอเวอร์-บริลเลียนท์ สตีล มีเฉดผิวขาวกระจ่างเช่นเดียวกับความหมายของชื่อ ซึ่งเมื่อเทียบกับนาฬิกา Grand Seiko ที่ใช้วัสดุสเตนเลสสตีลแบบมาตรฐานแล้ว นาฬิกาที่ทำจากเอเวอร์-บริลเลียนท์ สตีล จะแลดูขาวกว่าอย่างชัดเจนเมื่อพินิจจากส่วนพื้นผิวที่ได้รับการปัดลายละเอียดแบบแฮร์ไลน์ ซึ่งทำให้ตัวเรือนดูสะดุดตาในทันทีที่ได้เห็น อีกทั้ง Grand Seiko ยังทำการขัดเงาแบบซารัตสึ ลงบนผิววัสดุเอเวอร์-บริลเลียนท์ สตีล ที่ซึ่งมีความยากยิ่งกว่าในการขัดแต่งให้ได้ผลลัพธ์ตามมาตรฐานอันเข้มงวดของแบรนด์

Grand Seiko Heritage Collection
Hi-Beat 36000 80 Hours SLGH013
THB 371,700
อ่านต่อ